ต้นจาก

จาก : พืชเศรษฐกิจเงินล้าน

จาก  (Nipa palm)  มีชื่อวิทยาศาตร์ คือ  Nypa fruticans    เป็นพืชจำพวกปาล์ม  และเป็นปาล์มเพียงชนิดเดียวที่เป็นพืชในป่าชายเลน และมีลำต้นอยู่ใต้ดิน  จากพบได้ทั่วไปในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในบริเวณน้ำจืด และน้ำกร่อย ที่มีน้ำเค็มขึ้นถึง มักจะขึ้นเป็นดงขนาดใหญ่ เรียกว่า ป่าจาก หรือดงจาก จากสามารถเติบโตได้ดีในดินโคลน ตามป่าชายเลน หรือบริเวณริมคลองที่มีไม้ให้ร่มเงาปะปนอยู่ด้วย มักอยู่ในช่วงที่มีน้ำจืดและน้ำกร่อยปนกัน แต่บนบกที่น้ำท่วมถึงก็พบจากได้บ้างเช่นกัน หากดินไม่แห้งแล้งนานจนเกินไป

ลักษณะทางพฤษศาสตร์

จากเป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ต้นตั้งตรง ใบแทงขึ้นจากกอ ช่อดอกแทงเป็นงวงออกมาจากกาบใบ ส่วนที่เราเห็นของจาก คือส่วนใบและช่อดอกเท่านั้น ที่โคนใบมีกะเปาะอากาศ ช่วยพยุงให้ใบชูขึ้นเหมือนชูชีพ  ใบที่โผล่ขึ้นมานั้น อาจชูขึ้นไปสูงได้ถึง 9 เมตร โดยไม่มีส่วนของลำต้นให้เห็นเลย ดอกของจากเป็นลักษณะช่อ สีเหลืองแสด กลม ดอกตัวเมียที่ปลาย ดอกตัวผู้อยู่ตรงโคนช่อดอก ส่วนผลนั้นมีเปลือกแข็ง กระจุกเป็นทะลายหลายผล เปลือกผลสีน้ำตาล เรียกว่า “โหม่งจาก”  ข้างในมีเนื้อเมล็ดสีขาว มีปริมาณเนื้อไม่มากนัก รับประทานได้ รสชาติคล้ายลูกตาลสด เมื่อสุกเต็มที่ผลจะแยกจากกลุ่ม ลอยน้ำ สามารถแพร่พันธุ์ไปได้ไกล ๆ บางครั้งก็แตกหน่อขณะยังลอยน้ำ

ผลจาก
ผลจาก

ประโยชน์หลากหลายของจาก

ส่วนต่าง ๆ ของต้นจากสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้  ใบจาก ใช้เย็บเป็นตับ เรียกว่า ตับจาก ใช้มุงหลังคา ซึ่งจะทนทานกว่าใบมะพร้าว  ทั้งยังสามารถใช้ห่อขนมที่เรียกว่า ขนมจาก  ลูกจากอ่อนสามารถนำมาทำอาหาร และเมื่อสุกก็สามารถกินสดได้ หรือจะทำเป็นของหวาน อย่างลูกจากเชื่อม ลูกจากลอยแก้ว ช่อดอกนำมาทำแกงหรือกินกับน้ำพริก ก้านช่อดอกปาดเอาน้ำหวานมาทำเป็นน้ำตาลได้   หรือนำไปหมักเป็นเหล้าและน้ำส้มสายชู

ประโยชน์ของน้ำตาลจาก

น้ำตาลจาก มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลโตนด คือ จะมี ค่า Glycemic Index ต่ำ   ค่า Glycemic index (GI)  เป็นตัววัดว่า น้ำตาลที่บริโภคเข้าไปนั้นจะเพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเร็วแค่ไหน ซึ่งค่า GI ยิ่งต่ำยิ่งดี ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน และคนทั่วไป  ค่า GI ของน้ำตาลทรายทั่วไป ประมาณ 78 ส่วนน้ำตาลจากมีค่า GI น้อยกว่า 40  ซึ่งจัดเป็นน้ำตาลเพื่อสุขภาพ  โดยผลผลิตน้ำตาลจากนั้น พื้นที่ 1 ไร่ จะให้น้ำตาลได้ถึง 3,000 กิโลกรัมต่อปี เมื่อเทียบกับอ้อย ซึ่งได้ประมาณ 800-2,400 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

การเพาะเมล็ดจาก

ในการที่จะปลูก ต้นจาก จะต้องทำการรวบรวมเมล็ดเสียก่อน โดยในช่วงเดือนธันวาคมเมล็ดจากจะแก่จัด จึงควรเก็บเมล็ดพันธุ์ในช่วงนี้ ซึ่งจะต้องเก็บเมล็ดแก่จัดสีดำสนิทที่หล่นมาจากทลายเอง แล้วนำเมล็ดมากองรวมไว้ในแปลงที่มีตาข่ายล้อมรอบเพื่อกันเมล็ดถูกพัดพาไปตามน้ำ ส่วนพื้นที่ที่จะใช้เป็นเรือนเพาะชำจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีน้ำกร่อยผ่าน น้ำไหลไม่แรง พื้นที่เรียบ มีดินโคลนเป็นเลนเหนียวและแข็ง อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือจะต้องมีต้นไม้อยู่ใกล้ๆ เพื่อช่วยเป็นร่มเงา อีกทั้งควรกำจัดวัชพืชให้หมดเพื่อที่จะได้สะดวกในการเพาะกล้า โดยแปลงเพาะให้เอาตาข่ายมากั้นเพื่อกันวัชพืชมาทับถม ในการทำแปลงเพาะให้มีขนาดกว้าง 1 เมตร ใช้ไม้ทำเป็นหลักแล้วใช้ไม้ไผ่ตีล้อมรอบแปลงเพาะ นอกจากนั้นควรเว้นที่สำหรับเป็นทางเดิน 80-100 ซม. โดยในการเพาะควรใช้ถุงเพาะขนาด 3×8 ซม. แล้วนำดินเลนเหนียวมาบรรจุใส่ถุงในอัตรา 3 ใน 4 ของถุง แล้วนำถุงมาวางเรียงจนเต็ม หลังจากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ที่รวบรวมไว้มาวางในถุงเพาะและกดให้ปลายของเมล็ดโผล่มาครึ่งหนึ่ง หลังเพาะ 2 เดือน ควรตรวจดูว่าถุงใดไม่งอกแล้วเพาะใหม่ลงไปแทน หลังเพาะ 1 ปี จะมีใบประมาณ 3-4 ใบ และถ้าหน้าแล้งดินในถุงแห้งควรรดน้ำให้มันบ้าง หลังจากนั้นให้นำถุงเพาะออกเพื่อลงปลูกต่อไป

การปลูกต้นจาก

การ ปลูกจาก เกษตรกรจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ว่าจะปลูกเพื่อทำตาล (น้ำตาล) หรือปลูกเพื่อตัดใบ ตัดยอด หากปลูกเพื่อตัดใบ ตัดยอด ควรปลูกในระยะ 2×2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 400 กอ หากปลูกเพื่อทำตาลควรปลูกในระยะห่าง 4×4 เมตร การคัดเลือกพันธุ์จาก หากปลูกเพื่อทำตาล จะต้องเลือกพันธุ์จากที่มีงวงใหญ่ยาว ประเภทนี้จะให้น้ำหวานมากกว่าจากงวงสั้น

การทำตาล (ปาดเอาน้ำหวานจากต้นจาก)

การทำตาลจาก ให้เลือกจากที่มีงวงยาว ทะลายใหญ่ สมบูรณ์ ประเภทผลแก่กลางอ่อน จากแต่ละต้นมีหลายงวงแต่ทำตาลได้เพียงงวงเดียวเท่านั้นครับ งวงที่ทำตาลไม่ได้เราตัดออกเมื่อตอนที่ยังอ่อน นำลูกจากอ่อนไปหั่นเป็นแว่นบางๆ ลวกน้ำร้อน ขายเป็นหัวลูกจากดอง ร้านขายขนมจีนต้องการมาก เมื่อคัดเลือกงวงตาลได้แล้วขั้นตอนต่อไป คือ การตีตาล โดยเริ่มจากโน้มงวงจากให้ค้อมลงมา โดยให้ทะลายเกือบถึงพื้นดิน หาไม้ที่มีน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม ความยาวประมาณ 1 ศอก หากเป็นไม้เนื้อแข็งควรหุ้มด้วยยางในรถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ เคาะบริเวณคองวงวันละประมาณ 100 ครั้ง ทำอย่างนี้ 3 วัน หยุดพัก 2 วัน เรียกว่า 1รอบ ทำอยู่ 3 รอบ โดยใช้เวลาเคาะและพักทั้งสิ้น15 วัน ก็ให้ตัดลูกตาลออก หลังจากนั้นก็ใช้มีดทับปาดงวงทุกวัน เช้า-เย็น ประมาณ 3-5 วัน หลังจากตัดลูกออกแล้วน้ำหวานก็จะไหลออกจากงวง หาภาชนะมารองรับ สมัยก่อนใช้กระบอกไม่ไผ่ ปัจจุบันนิยมใช้ขวดน้ำมารองรับ

การทำตาลหากกระทำถูกวิธีและได้ต้นพันธุ์ที่ดี ก็จะได้น้ำหวานวันหนึ่งๆ ไม่น้อยกว่า 1.5 ลิตร น้ำหวานที่ได้ตอนกลางคืนก็จะนำมาเคี่ยวเป็นน้ำผึ้ง หรือ ทำเป็นน้ำตาล ปึก ส่วนน้ำหวานที่ได้ในตอนกลางวันก็จะนำมาทำเป็นน้ำส้ม เรียกว่า น้ำส้มจาก ทั้งน้ำผึ้ง และ น้ำส้มจาก น้ำตาลปึก ขายดี ตลาดมีความต้องกรสูง การปาดตาลต้องทำการปาดทุกวัน เช้า-เย็น งวงหนึ่งๆ ปาดได้ 3-4 เดือน เมื่องวงเก่าแล้วใกล้จะหมดก็เตรียมงวงใหม่ไว้รองรับต่อไป น้ำหวานจากต้นจากวันหนึ่งๆ คิดเป็นเงินไม่น้อยกว่า 10 บาทต่อวันต่อ1 งวง พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 100 กอ หากทำตาลก็จะได้ 100 งวง วันหนึ่งๆจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท  ดังนั้นพื้นที่ปลูกจาก 1 ไร่ สามารถทำรายได้ได้ถึงเดือนละ 30,000 บาท เลยทีเดียว

 

อ้างอิง

การปลูกจาก
ต้นจากก็ปลูกได้ไม่ต้องรอผลิตผลจากต้นจากจากธรรมชาติอย่างเดียว
จาก